Untitled Document
Untitled Document
 

 
คิดแล้วรวย
พลิกชีวิต คิดเชิงบวก
ความเชื่อมั่น สร้างได้ด้วยตัวเอง
เป้าหมาย
เปลี่ยนตัวเองให้เป็น อย่างที่อยากเป็น
คัมภีร์สุดยอดทัศนคติ ใช่เลย!!
  เพิ่มเติม >>>
 
 
right story
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 163
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 162
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 161
      ทั้งหมด »»  
     
  •   หัวหน้าทวงงานแล้วรู้สึกหงุดหงิดทุกที ควรแก้ไขอย่างไร?
  •   ความอยากในการทำงานจะลดลงเมื่อเจออุปสรรค จะให้กำลังใจตัวเองอย่างไร?
  •   การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี ?
      ตัวอย่างคำปรึกษาอื่นๆ»»  
     
    คุณ สมศักดิ์ สุริยะกุล
      เนื่องจากผมชอบอ่านหนังสือ จึงเปิดอ่านส่วนนี้ก่อน และเนื่องจากรู้จักเจ้าของบล๊อกเป็นการส่วนตัว และรู้ว่าจะได้แนวคิด ด้านการบริหารในแง่จิตวิทยา และภาวะผู้นำที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ ดี ๆ อย่างที่ ผมเคยได้มาแล้วจึงสนใจส่วนนี้เป็นพิเศษ
      เชิญอ่านต่อครับ >>>    
       
     

       
     

    เรื่องที่อยากเล่า # 26

    การบริหารแบบ สั่งการ หรือ สอนงาน อย่างไหนดีกว่ากัน

    29 ก.พ. 2551

    วันนี้อยากเล่าเรื่องที่ ผู้บริหารหลายคนสับสนว่า จะใช้การบริหารแบบไหนดี จะใช้การสั่งการเหมือนเดิม หรือจะเปลี่ยนไปใช้แบบ Coaching คือ สร้างแรงจูงใจดี เพราะแต่ละวิธีก็มีข้อดี ข้อเสียต่าง ๆ กัน (บางท่านไม่สับสนก็โชคดีไปนะครับ) เรื่องมีอยู่ว่า ผู้บริหารหลาย ๆ ท่านเป็นประโยชน์ในโปรแกรมที่ผมใช้พัฒนาผู้บริหารระดับกลางของเขาและรู้สึกว่า การบริหารงานแบบ Coaching ก็ทำให้น้อง ๆ บางคนมีประสิทธิภาพสูงขึ้นจริง ๆ แต่ก็คิดว่า จะทำไม่ได้ เพราะกลัวว่า ถ้าทำแล้วจะเหมือนเป็นคนใจดีไป ไม่เด็ดขาดเพียงพอ แต่ถ้าไม่ทำก็จะเป็นเหมือนเดิม คือต้องเครียดตลอดเวลา ที่จะต้องสั่งให้ผู้อื่นทำงาน ชีวิตก็ไม่ค่อยมีความสุข เลยสบสนตัวเองว่า จะเปลี่ยนแปลงตนเองดีหรือไม่

    การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี


    ผมได้แลกเปลี่ยนไปว่า ถ้ารู้สึกว่า การบริหารแบบ Coaching หรือ การสร้างแรงจูงใจให้ทำงานนี้มีประโยชน์ แล้วอยากเปลี่ยนแปลงตนเอง มาใช้การบริหารแบบนี้บ้าง เพราะเข้าใจวิธีการและผลลัพธ์แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะดีหรือไม่ ก็ให้ใช้วิธีการเลือกทำเฉพาะบุคคลที่เราต้องการพัฒนาจริง ๆ ก่อน เช่น คนในองค์กรมีจำนวนมาก ผู้จัดการก็มีหลายคน เราอาจปฏิบัติ ต่อ ทุก ๆ คน เหมือนกันหมด ไม่ได้เพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน มีความกระตือรือร้น ต่าง ๆ มีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นเราคงต้องบริหารงานแบบสั่งการเหมือนเดิมไปก่อน
    แต่เลือกบางคนที่จะบริหารเขาแบบการ Coaching โดยมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้ โดยการใช้แรงจูงใจในสิ่งที่เขาต้องการเติบโต และสอนงานเขาเสมือนหนึ่งเป็น โค้ช (coach) ของเขาแทนการเป็น Manager เขาอย่างเดียว

    ผู้บริหารหลายคนก็เข้าใจ แล้วรับปากว่าจะไปลองทำดู พร้อมกับแลกเปลี่ยนว่า จริง ๆ แล้ว ก็คือเราเลือกที่จะบริหารงานแบบ ทฤษฎี X หรือ Y ของแมดเกรเกอร์นั่นเอง

    ทฤษฎี X = สมมติฐานว่า บุคคลโดยเฉลี่ยไม่ชอบทำงาน จึงต้องบังคับ ควบคุมชี้นำ ลงโทษ เพื่อให้บุคคลนั้น ทำงานตามเป้าหมาย

    ทฤษฎี Y = สมมติฐานว่า บุคคลโดยเฉลี่ยชอบทำงาน จึงใช้แรงจูงใจ เพื่อกระตุ้นให้คนทำงานตามเป้าหมาย พร้อมสร้างบรรยากาศบริหารงานแบบอิสระ


    แนวความคิดก็ประมาณนี้ลองพิจารณาแล้วนำไปปฏิบัติดูนะครับ

    << เรื่องก่อนหน้า เรื่องเล่าย้อนหลัง เรื่องต่อไป >>

    No feedback in this topic !!!

    ส่งความคิดเห็น/มุมมองของท่าน

    Untitled Document
                         
      Home | บอกเล่าแนวความคิด | เรื่องเล่าน่าภูมิใจ | web นี้ให้อะไร | หลักสูตร | บริการ | ติดต่อผม |  Copyright @ Pakornblog.com