Untitled Document
Untitled Document
 

 
คิดแล้วรวย
พลิกชีวิต คิดเชิงบวก
ความเชื่อมั่น สร้างได้ด้วยตัวเอง
เป้าหมาย
เปลี่ยนตัวเองให้เป็น อย่างที่อยากเป็น
คัมภีร์สุดยอดทัศนคติ ใช่เลย!!
  เพิ่มเติม >>>
 
 
right story
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 168
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 167
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 166
      ทั้งหมด »»  
     
  •   หัวหน้าทวงงานแล้วรู้สึกหงุดหงิดทุกที ควรแก้ไขอย่างไร?
  •   ความอยากในการทำงานจะลดลงเมื่อเจออุปสรรค จะให้กำลังใจตัวเองอย่างไร?
  •   การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี ?
      ตัวอย่างคำปรึกษาอื่นๆ»»  
     
    คุณ สมศักดิ์ สุริยะกุล
      เนื่องจากผมชอบอ่านหนังสือ จึงเปิดอ่านส่วนนี้ก่อน และเนื่องจากรู้จักเจ้าของบล๊อกเป็นการส่วนตัว และรู้ว่าจะได้แนวคิด ด้านการบริหารในแง่จิตวิทยา และภาวะผู้นำที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ ดี ๆ อย่างที่ ผมเคยได้มาแล้วจึงสนใจส่วนนี้เป็นพิเศษ
      เชิญอ่านต่อครับ >>>    
       
     

       
     

    เรื่องที่อยากเล่า # 47

    นิทานให้แง่คิด เรื่อง “เพื่อน 2 คน ”

    23 มี.ค. 2552

    การทำงานด้านการฝึกอบรม การให้คำปรึกษา จำเป็นต้องมีเรื่องเล่าที่เป็นกรณีศึกษามากๆ เพื่อให้ผู้ฟังมองเห็นภาพ และจดจำเรื่องที่เราพูดได้ง่ายขึ้น ผมจึงต้องหมั่นอ่านนิทานที่ให้แง่คิดต่างๆไว้มากๆ เพื่อให้การหยิบมาใช้เป็นอัตโนมัติ เมื่อพูดถึงก็หยิบนิทานมาเล่าได้ทันที ซึ่งปัจจุบันในเรื่องของการพัฒนาตัวเองนั้นผมก็มีเรื่องเล่า และนิทานต่างๆที่หยิบยืมมาจากที่ต่างๆหลายสิบเรื่องอยู่ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งรู้สึกว่าใช้บ่อยมากในช่วงนี้ และให้ความหมายดีจริงๆ เวลาเล่าแล้วก็รู้สึกเข้าถึงนิทานนั้นด้วย เลยขอมาเล่าให้ฟังครับ

    การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี


    ณ เกาะแห่งหนึ่ง มีเพื่อน 2 คน เดินเที่ยวกันอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งสองคน ก็เกิดมีปากเสียงกัน นายอ้น (นามสมมติ) ซึ่งตัวเล็กกว่าได้ถูกคนตัวใหญ่กว่า คือนายกล้า (นามสมมติอีกเช่นกัน) ตบที่ใบหน้าไป 1 ที รู้สึกเจ็บมาก เกิดความโมโหแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรเพราะตัวเล็กกว่ามาก จึงเดินไปหยิบไม้ (ไม่ได้ไปสู้นะครับ เพราะรู้ว่าคงสู้ไม่ได้อยู่ดี ) แต่วิ่งไปที่ชายหาด ขีดเขียนข้อความด้วยความโมโหขึ้นว่า

    “วันนี้โดนนายกล้าตบหน้า 1 ที รู้สึกเจ็บมาก ทำไมเพื่อนต้องทำรุนแรงกับเพื่อนถึงเพียงนี้ด้วย เจ็บใจจริงๆ เห็นเราตัวเล็กกว่าเหรอ เลยแกล้งกันได้ ฝากไว้ก่อนเถอะ ”


    หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางกันต่อไป เมื่อเข้าไปในป่าลึกไปเจอน้ำตก ด้วยอากาศที่ร้อนมากจึงชวนกันเล่นในน้ำตก เล่นกันอยู่พักใหญ่ด้วยการที่ไม่ได้ระวังตัว นายอ้นเกิดเป็นตะคริวขึ้น จึงจมลงไปในน้ำ นายกล้าเห็นเช่นนั้น จึงเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน นายอ้นเมื่อได้สติก็ขอบคุณนายกล้าเป็นการใหญ่ นายกล้าก็บอกไม่เป็นไร วันหลังเหนื่อยแล้วต้องพักก่อนจะได้ไม่เป็นตะคริวอีก นายอ้นจึงรีบวิ่งไปที่โขดหินขีดเขียนข้อความสำนึกในบุญคุณว่า

    “วันนี้เกือบจมน้ำตายแล้ว ดีที่มีนายกล้าอยู่ข้างๆได้ช่วยชีวิตเราไว้รู้สึกขอบคุณอย่างมาก บุญคุณนี้มีค่ามากคงตอบแทนไม่หมดถ้ามีโอกาสจะคอยช่วยเหลือนายกล้าไปตลอด ขอบคุณจริงๆ”

    นายกล้าสังเกตเห็นพฤติกรรมของนายอ้นทั้ง 2 ครั้ง แล้วรู้สึกแปลกประหลาดใจ จึงเอ่ยถามหานายอ้นว่า
    ทำไมเวลาฉันตบหน้านาย นายโมโหแล้ววิ่งไปที่ชายหาด ส่วนเวลาที่นายขอบคุณฉันที่ได้ช่วยชีวิตนาย นายจึงวิ่งไปที่โขดหิน นายไปทำอะไรของนาย นายอ้นจึงบอกถึงข้อความที่เขียนใน 2 สถานที่ให้นายกล้าฟัง ทำให้นายกล้าเข้าใจนายอ้นมากขึ้น

    ทุกๆท่านคงเข้าใจนิทานที่ผมเล่าให้ฟังแล้วนะครับว่า การที่เรารู้สึกไม่ดีกับเพื่อน เราเขียนข้อความบนพื้นทราย เพื่อว่าเมื่อลมพัดผ่านพื้นทรายไปแล้ว ข้อความนั้นก็จะหายไปด้วย ซึ่งไม่มีความสำคัญใดๆ อารมณ์โกรธ อารมณ์โมโห เกิดแล้วเดี๋ยวก็หายไปเอง อย่าได้ไปจดจำมันเลย ส่วนเรื่องของความดีที่ได้รับจากเพื่อนนั้น เราต้องจดจำให้นานเท่านาน จึงควรเขียนไว้ที่หินเพราะจะไม่ถูกลบเลือนไป จะยังคงอยู่อย่างนั้นนานเท่านาน


    ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน เราเลือกจำในสิ่งที่ดีๆของผู้อื่นหรือไม่เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง หัวหน้า คงความสัมพันธ์ได้นาน แม้ว่าจะมีบางครั้งที่ความเห็นไม่ตรงกันบ้าง ก็จะเป็นเรื่องชั่วคราว เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปก็จะหายไป แต่ความดีซึ่งมีให้เขาเห็นนั้นเราต้องรักษาให้นานๆ เชื่อแน่ว่า หากทุกคนปฏิบัติดังนี้แล้ว ท่านจะมีทีมงานที่แข็งแกร่งแน่นอนเลยครับ


    << เรื่องก่อนหน้า เรื่องเล่าย้อนหลัง เรื่องต่อไป >>

    Feedback >> ส่งความคิดเห็น/มุมมองของท่าน
    Date ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
    27 พ.ย. 2556 ได้ข้อคิดที่ดี ชื่นชมความตั้งใจของผู้เขียนค่ะ เขียนได้ดีมาก
    สั้น เข้าใจง่าย

    โดย : พิศมัย

    To top ^
    Untitled Document
                         
      Home | บอกเล่าแนวความคิด | เรื่องเล่าน่าภูมิใจ | web นี้ให้อะไร | หลักสูตร | บริการ | ติดต่อผม |  Copyright @ Pakornblog.com