Untitled Document
Untitled Document
 

 
คิดแล้วรวย
พลิกชีวิต คิดเชิงบวก
ความเชื่อมั่น สร้างได้ด้วยตัวเอง
เป้าหมาย
เปลี่ยนตัวเองให้เป็น อย่างที่อยากเป็น
คัมภีร์สุดยอดทัศนคติ ใช่เลย!!
  เพิ่มเติม >>>
 
 
right story
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 161
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 160
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 159
      ทั้งหมด »»  
     
  •   หัวหน้าทวงงานแล้วรู้สึกหงุดหงิดทุกที ควรแก้ไขอย่างไร?
  •   ความอยากในการทำงานจะลดลงเมื่อเจออุปสรรค จะให้กำลังใจตัวเองอย่างไร?
  •   การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี ?
      ตัวอย่างคำปรึกษาอื่นๆ»»  
     
    คุณ สมศักดิ์ สุริยะกุล
      เนื่องจากผมชอบอ่านหนังสือ จึงเปิดอ่านส่วนนี้ก่อน และเนื่องจากรู้จักเจ้าของบล๊อกเป็นการส่วนตัว และรู้ว่าจะได้แนวคิด ด้านการบริหารในแง่จิตวิทยา และภาวะผู้นำที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ ดี ๆ อย่างที่ ผมเคยได้มาแล้วจึงสนใจส่วนนี้เป็นพิเศษ
      เชิญอ่านต่อครับ >>>    
       
     

       
     

    เรื่องที่อยากเล่า # 53

    อิทธิพลของการจับถูกที่สร้างสรรค์

    01 ก.ย. 2552

    วันนี้อยากจะเล่าผลการทดสอบอิทธิพลของการ จับถูก ที่ทำให้เอาชนะข้อโต้แย้งหรือความคิดลบที่เกิดจากการวิจารณ์ของผู้อื่นได้เป็นอย่างดีแล้วสามารถแปลคำวิจารณ์ให้กลายเป็นกระจกสะท้อนให้เราเห็นตัวเองอย่างเต็มใจและยอมรับได้โดยง่าย ไม่คิดลบกับผู้พูด หลังจากนั้นก็สารมารถที่จะกำหนดแนวทางการทำงานของตัวเองใหม่ และยืนยันมาตรฐานใหม่เพื่อให้ครอบคลุมคำวิจารณ์ของผู้อื่นได้ด้วย ...

    การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี


    เรื่องมีอยู่ว่าองค์กรหนึ่งได้ให้พนักงานแสดงความคิดเห็นต่อหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและอยากให้หน่วยงานนั้น ๆ ปรับปรุงเรื่องอะไรบ้างที่เราเห็นว่าไม่ดี โดยอนุญาติให้เขียนได้เต็มที่แล้วรวบรวมความคิดเห็นให้ในแต่ละหน่วยงานไปแยกแยะปัญหาว่าเป็นประเภทใดบ้างแล้วลองหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขดู บรรยากาศในการให้ความคิดเห็นเป็นไปอย่างสนุกสนานสำหรับคนเขียน (เพราะได้วิจารณ์ผู้อื่น)แต่สำหรับคนฟังแล้วผมไม่แน่ใจแต่คิดว่าไม่มีใครชอบ แต่ต้องทนฟังเพราะเป็นกติกาว่าให้ฟังอย่างเดียวไม่ควรโต้แย้ง หลังจากนั้นก็ให้ทุกหน่วยงานนำกลับไประดมสมองในทีมงานของตัวเองเพื่อมาตอบในอีก 2 สัปดาห์ต่อมาผมได้มีโอกาสโค้ชชิ่ง (Coaching) ทีมงานบางส่วนประมาณครึ่งหนึ่งขององค์กร (เฉพาะหัวหน้างาน) ดังนั้นกลุ่มที่ผมได้โค้ชชิ่งนั้นผมได้ตั้งโจทย์ใหม่ให้เขาดังนี้

    1. ค้นหาจุดเด่นของตัวเอง , ความสามารถของตัวเอง
    2. กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบที่ทำอยู่
    3. ระบุมาตรฐานหรือ KPI ที่จะทำให้ได้ในแต่ละงานที่รับผิดชอบ
    4. แยกแยะปัญหาที่ผู้อื่นให้ความคิดเห็นไว้เป็นแต่ละประเภท
    5. Matching ปัญหากับ มาตรฐานงานของเรา (อันใหม่)


    ผลปรากฏว่าถึงแม้ว่าจะนำปัญหามาคิดทีหลัง หลังจากที่เขียนขอบเขตและระบุมาตรฐานใหม่แล้ว ก็ยังสามารถตอบโต้ครอบคลุมปัญหาที่ได้รับครบถ้วนทำให้ทุกคนมีความสุขและอยากทำมาตรฐานใหม่และเป็นผู้คิดเอง
    พอถึงเวลากลับมาประชุมกันอีกครั้ง ผมได้เห็นความแตกต่างของทั้ง 2 กลุ่มชัดเจน ดังนี้

    กลุ่มที่ 1 : นำปัญหาขึ้นก่อนแล้ววิเคราะห์สาเหตุแล้วระบุแนวทางแก้ไข
    - ส่วนใหญ่จะเป็นคำอธิบายในทำนอง แก้ตัว
    - สิ่งที่จะดำเนินการแก้ไขจะมีข้ออ้างปนอยู่ด้วย เช่น ถ้า..,แต่..
    - แนวทางแก้ไขเป็นแค่ความคิด ไม่ใช่คำยืนยันว่าจะทำ
    - มีอารมณ์ในการตอบคำถาม
    กลุ่มที่ 2 : กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบและตั้งมาตรฐานที่จะทำแล้ว Matching กับปัญหา
    - สามารถตอบความคิดเห็นโดยส่วนใหญ่ได้หมดตามมาตรฐานใหม่
    - นำคำวิจารณ์มาเป็นกระจกแล้วตอบว่าจะทำอะไรให้ได้มาตรฐานไหน
    - ความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาจะมีมากกว่าเพราะเป็นสิ่งที่อยากทำเอง
    - ไม่มีอารมณ์ในการตอบคำถาม

    หลังจากได้สัมผัสกับเหตุการณ์โดยตรงแล้ว ทำให้ผมยิ่งมีความเชื่อมั่นว่าเราต้อง จับถูก ผู้อื่นก่อนแล้วเขาจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาของเขาเองโดยที่เขาเต็มใจที่จะทำ เพราะเขาเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว โดยไม่มีข้ออ้างใด ๆ ส่วนถ้าเรา จับผิด ผู้อื่นเขาจะหาทางชี้แจงในความคิดของเรา โดยลืมไปว่าเราเป็นแค่กระจกสะท้อนให้เขาเห็นเท่านั้น ดังนั้นก่อนจะสะท้อนแนวความคิดเชิงลบใด ๆ ไปทำให้เขาเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองก่อนจะดีกว่านะครับ

    << เรื่องก่อนหน้า เรื่องเล่าย้อนหลัง เรื่องต่อไป >>

    No feedback in this topic !!!

    ส่งความคิดเห็น/มุมมองของท่าน

    Untitled Document
                         
      Home | บอกเล่าแนวความคิด | เรื่องเล่าน่าภูมิใจ | web นี้ให้อะไร | หลักสูตร | บริการ | ติดต่อผม |  Copyright @ Pakornblog.com