Untitled Document
Untitled Document
 

 
คิดแล้วรวย
พลิกชีวิต คิดเชิงบวก
ความเชื่อมั่น สร้างได้ด้วยตัวเอง
เป้าหมาย
เปลี่ยนตัวเองให้เป็น อย่างที่อยากเป็น
คัมภีร์สุดยอดทัศนคติ ใช่เลย!!
  เพิ่มเติม >>>
 
 
right story
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 165
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 164
  •  เรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง 163
      ทั้งหมด »»  
     
  •   หัวหน้าทวงงานแล้วรู้สึกหงุดหงิดทุกที ควรแก้ไขอย่างไร?
  •   ความอยากในการทำงานจะลดลงเมื่อเจออุปสรรค จะให้กำลังใจตัวเองอย่างไร?
  •   การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี ?
      ตัวอย่างคำปรึกษาอื่นๆ»»  
     
    คุณ สมศักดิ์ สุริยะกุล
      เนื่องจากผมชอบอ่านหนังสือ จึงเปิดอ่านส่วนนี้ก่อน และเนื่องจากรู้จักเจ้าของบล๊อกเป็นการส่วนตัว และรู้ว่าจะได้แนวคิด ด้านการบริหารในแง่จิตวิทยา และภาวะผู้นำที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ ดี ๆ อย่างที่ ผมเคยได้มาแล้วจึงสนใจส่วนนี้เป็นพิเศษ
      เชิญอ่านต่อครับ >>>    
       
     

       
     

    เรื่องที่อยากเล่า # 42

    ความแตกต่างระหว่าง ความฝันที่เรากล้าฝัน กับ ฝันกลางวัน ที่เราได้แต่ฝันเอาไว้

    05 ม.ค. 2552

    สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขในปี 2552 ครับ

    ผมได้อ่านหนังสือ ชื่อ กล้าฝัน...กล้าทำ (Dare to Dream…Then do it.) ของ John c. Maxwell เป็นหนังสือขนาด 100 กว่าหน้า ไม่หนามากได้ข้อคิดและแง่คิดมากมาย ซึ่งหลายข้อตรงกับความคิดในปัจจุบันของเราที่ว่า หากคิดที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องกล้าที่จะฝันก่อน หากใครไม่มีความฝันก็ไม่รู้ที่จะไปไหน และสุดท้ายก็คงจบลงที่ไหนสักแห่ง

    การพัฒนาพนักงานในองค์กรเราควรพัฒนาคนเก่งหรือพัฒนาคนที่ไม่เก่งดี


    เมื่อฝันแล้วก็ต้องเชื่อมั่นในความฝันว่าตัวเองทำได้ ด้วยทัศนคติเชิงบวก แล้วลงมือทำตามฝันหรือเป้าหมายนั้นทันที โดยยืนหยัดจนกระทั่งพบกับความสำเร็จ ทำให้ย้ำเตือนกับตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่าเรากำลังเดินตามฝันที่เราตั้งใจไว้หรือไม่ จะได้ไม่ออกนอกลู่นอกทางมากนัก

    สิ่งที่ผมประทับใจและอยากนำมาเล่าให้ฟังในหนังสือ ความแตกต่าง ระหว่าง ความฝันที่เรากล้าฝัน กับ ฝันกลางวันที่เราได้แต่ฝันเอาไว้ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งหนังสือเขียนไว้ได้ดีมากเห็นภาพความแตกต่างของคนที่ กล้าฝัน กับคนที่ ฝันกลางวันได้ชัดเจน ผมขอสรุปเป็นแนวความคิดของผม ประกอบด้วย ดังนี้


    คนที่กล้าฝัน

    • นำความฝันนั้นมากำหนดเป็นแผนงานสำหรับการลงมือทำและเริ่มต้นทันที

    • ให้ความสำคัญกับระเบียบวินัยที่จะต้องทำตามแผนการและมุ่งเน้นการเดินทางในแต่ละขั้นตอนอย่างมีความสุข

    • ปฏิบัติตัวโดยการทำงานหนักเพื่อให้บรรลุฝันให้ได้ บางครั้งอาจต้องเสี่ยงบ้างหรือเสียสละบางอย่างก็ต้องทำ

    • ทำให้เกิดความรับผิดชอบสูง ก่อให้เกิดการทำงานเป็นทีม สร้างให้เกิดแรงกระตือรือร้นในการทำงาน


    คนที่ฝันกลางวัน

    • นำความฝันนั้นมาเป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อให้ตัวเองดีขึ้นว่ามีวิสัยทัศน์เหมือนกัน แต่ไม่เคยลงมือทำเลย

    • ให้ความสำคัญกับโชคชะตาที่จะทำ ให้ฝันเป็นจริงหรือไม่ โดยสนใจเฉพาะผลลัพธ์ที่อยากได้เท่านั้น

    • ปฏิบัติตัวเป็นปกติไม่เน้นการทำงานหนักหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งปวงโดยไม่ยอมออกจาก Cornfort Zone เลย

    • ปล่อยให้คนอื่นเป็นผู้รับผิดชอบในฝันนั้น โดยรอดูผลลัพธ์เท่านั้น สร้างแรงเฉื่อยให้เกิดขึ้น เพราะเป็นตัวอย่างให้กับทีมงาน

    จากประสบการณ์ของการเป็นที่ปรึกษาในช่วงหลังๆมานี้ น้องๆหลายคนจะมาปรึกษาว่า จะทำอย่างนี้ดีหรือไม่เกี่ยวกับแผนงานของเขา ผมจะเริ่มด้วยการให้เขาเล่าความฝันของเขาเกี่ยวกับงานของเขาให้ผมฟังก่อนว่า เขามีความฝันอย่างไร อยากเห็นงานออกมาอย่างไร และคาดหวังว่าใครจะเข้ามามีส่วนร่วมบ้าง เมื่อเขาเล่าจบ ผมก็พอบอกได้เลยว่า เขามีโอกาสทำงานนี้สำเร็จสักกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะเรื่องที่เล่า ก็จะบ่งบอกได้เลยว่า เขากล้าฝัน หรือเป็นเพียง ฝันกลางวัน เท่านั้น

    หลังจากให้คำแนะนำบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องของการฝันแล้ว ทำให้เขารู้สึกตัวได้ว่า ฝันของเขายังเล็กเกินไป ที่จะสร้างพลังให้กับทีมงานได้ เขาจึงกลับไปฝันใหม่อีกครั้ง แล้วก็ดีขึ้นมาทันทีเลยครับ


    << เรื่องก่อนหน้า เรื่องเล่าย้อนหลัง เรื่องต่อไป >>

    No feedback in this topic !!!

    ส่งความคิดเห็น/มุมมองของท่าน

    Untitled Document
                         
      Home | บอกเล่าแนวความคิด | เรื่องเล่าน่าภูมิใจ | web นี้ให้อะไร | หลักสูตร | บริการ | ติดต่อผม |  Copyright @ Pakornblog.com